หน้าหลัก
ข้อมูลพื้นฐาน
โครงสร้างหน่วยงาน
 นโยบายผู้บริหาร
วิสัยทัศน์
สภาพทั่วไปข้อมูลพื้นฐานของเทศบาลตำบลห้องแซง
แผนที่ตำบลห้องแซง
ข้อมูลจำนวนประชากร
อำนาจหน้าที่ของเทศบาล
 ประวัติบ้านห้องแซง
 ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ
สถานที่ท่องเที่ยว
 โลโก้เทศบาล
 ติดต่อเรา
 
นโยบายการป้องกันการทุจริต
แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริต
แนวทางการป้องกันการทุจริต
ประกาศเจตจํานงการบริหารงานด้วยความสุจริต
 
บุคลากร
คณะบริหาร
สมาชิกสภา
ปลัดเทศบาล
สำนักปลัด
 กองคลัง
 กองช่าง
 กองสาธารณสุข
 กองการศึกษา
 กองสวัสดิการสังคม
 กองส่งเสริมการเกษตร
การบริหารทรัพยากรบุคคล
 
แผนพัฒนาท้องถิ่น
 แผนการพัฒนาท้องถิ่น 4 ปี
 แผนพัฒนาสามปี
  แผนดำเนินงาน
  รายงานผลการติดตามแผนพัฒนา
  รายงานผลการดำเนินงานประจำปี
  รายงานผลการปฏิบัติราชการ
  แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ
   
งบประมาณ
 เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
 แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
 รายงานการกำกับติดตามงบประมาณ
รายงานรับ - จ่ายเงินสด
งบแสดงฐานะการเงิน
 
การจัดซื้อจัดจ้าง
แผนการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง
 
มาตรฐานการปฏิบัติงาน
แจ้งแนวทางการปฏิบัติงานด้านพัสดุ
แจ้งแนวทางการปฏิบัติงานการเงิน
แจ้งแนวทางการโอนงบประมาณ
แจ้งแนวทางการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแผน
มาตรฐานการให้บริการ
คู่มือประชาชน
คู่มือติดต่อราชการสำหรับประชาชน
คู่มือรับเรื่องราวร้องทุกข์
สำรวจความพึงพอใจการใช้บริการ
รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจการให้บริการ
สถิติผู้ใช้บริการ
คู่มือการปฏิบัติงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เทศบาลตำบลห้องแซง
ประกาศลดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการให้บริการประชาชน ของเทศบาลตำบลห้องแซง
กฤหมาย/ระเบียบ/วิธีปฏิบัติ
มาตรฐานการปฏิบัติงาน
เทศบัญญัติ
 
เอกสารเผยแพร่ของเทศบาล
รายงานการประชุมสภาเทศบาล
 
E-Service
ดาวโหลดแบบฟอร์ม
ร้องเรียนร้องทุกช์ Online
 
 
ลิ้งค์น่าสนใจ
 
เชิญร้องเรียน ร้องทุกข์ได้ที่นี่
 
 
 
 
 
 
กำเนิดธงสยาม
 
เข้าใช้งานอีเมล์
 
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เทศบาลตำบลห้องแซง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร
 
       ด้วยมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day)
และเริ่มในวันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันแรก โดยไม่ถือว่าเป็นวันหยุดราชการรวมทั้งกำหนดให้มีการชักธงและประดับธงชาติไทย
ในวันดังกล่าวเพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทาน
ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย ในการนี้ รัฐบาลโดยคณะกรรมการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย
 
กำเนิดธงสยาม

       ประวัติศาสตร์การใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย สามารถสืบได้แต่เพียงความว่า มีการใช้ธงสำหรับเป็นเครื่องหมายของกองทัพกองละสีและใช้ธงสีแดงเป็นเครื่องสำหรับเรือกำปั่นเดินทะเลทั่วไปมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และยังไม่มีธงชาติไว้ใช้ดังที่เข้าใจในปัจจุบัน

       ในพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวตามความในจดหมายเหตุต่างประเทศแห่งหนึ่งว่า ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231) เรือค้าขายของฝรั่งเศสลำหนึ่งได้เดินทางมากรุงศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์ของไทย เรือฝรั่งเศสก็ชักธงชาติของตัวเองขึ้น ฝ่ายไทยยิงสลุตคำนับตามธรรมเนียม แต่เมื่อฝ่ายไทยชักธงขึ้นตอบบ้าง ฝ่ายฝรั่งเศสกลับไม่ยิงสลุตคำนับตอบ เพราะได้ชักเอาธงชาติฮอลันดา (ปัจจุบันคือประเทศเนเธอร์แลนด์) ขึ้นเหนือป้อมด้วยเหตุว่าไทยไม่มีธงชาติของตนใช้ (ขณะนั้นฝรั่งเศสกับฮอลันดาเป็นศัตรูกัน) ฝ่ายไทยได้แก้ปัญหาโดยชักผ้าสีแดงขึ้นแทนธงชาติฮอลันดา ฝรั่งเศสจึงยอมยิงสลุตคำนับตอบ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ธงชาติไทย[

รัชกาลที่ 1 - 3

       ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งเรือหลวงและเรือค้าขายของเอกชนยังคงใช้ธงสีแดงล้วนเป็นเครื่องหมายเรือสยาม จึงได้มีการนำสัญลักษณ์ต่าง ๆ มาประดับบนธงพื้นสีแดงเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นธงสำหรับเรือหลวง ในกฎหมายธงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้กล่าวว่า "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มรูปจักรสีขาวลงในธงแดง สำหรับใช้เป็นธงของเรือหลวง" ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองค์ทรงได้ช้างเผือกเอก 3 ช้าง คือพระยาเศวตกุญชร พระยาเศวตไอยรา และพระยาเศวตคชลักษณ์ นับเป็นเกียรติยศยิ่งต่อแผ่นดิน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มรูปช้างเข้าภายในวงจักรของเรือหลวงไว้ด้วย อันมีความหมายว่า พระเจ้าแผ่นดินอันมีช้างเผือก แต่ธงช้างอยู่ในวงจักรใช้แต่เรือหลวงเท่านั้น เรือพ่อค้ายังคงใช้ธงแดงตามเดิม

ธงแดงเกลี้ยง สำหรับใช้เป็นที่หมายของเรือสยามโดยทั่วไป
(ยังไม่ใช่ธงชาติสยาม) นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ธงเรือหลวงในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ธงเรือหลวงในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
     
รัชกาลที่ 4 - พ.ศ. 2459

       ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศไทยมีการทำสนธิสัญญากับชาติตะวันตกมากขึ้น อันเป็นผลต่อเนื่องจากการทำสนธิสัญญาเบาริ่งกับสหราชอาณาจักรใน พ.ศ. 2398 พระองค์จึงมีพระราชดำริว่า สยามจำเป็นต้องมีธงชาติใช้ตามธรรมเนียมชาติตะวันตก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงพื้นสีแดงมีรูปช้างเผือกเปล่าอยู่ตรงกลางเป็นธงชาติสยามแต่เอารูปจักรออก เนื่องจากมีเหตุผลว่า จักรเป็นเครื่องหมายเฉพาะพระองค์พระมหากษัตริย์และธงพื้นสีแดงที่เอกชนสยามใช้ทั่วไปซ้ำกับประเทศอื่นในการติดต่อระหว่างประเทศ ธงนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ได้ทั่วไปทั้งเรือหลวงและเรือเอกชน แต่เรือหลวงนั้นทรงกำหนดให้ใช้พื้นเป็นสีน้ำเงินขาบชักขึ้นที่หัวเรือ เพื่อเป็นเครื่องหมายสำหรับแยกแยะว่าเป็นเรือหลวงด้วย ธงนี้มีชื่อว่า ธงเกตุ (ต่อมาได้วิวัฒนาการมาเป็นธงฉานของกองทัพเรือไทยในปัจจุบัน)

"ธงช้างเผือก"
ธงชาติสยามในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
"ธงเกตุ" สำหรับชักที่หัวเรือหลวง
(ต่อมาใช้เป็นธงฉานของกองทัพเรือไทย)
   
ธงแดงขาว 5 ริ้ว (พ.ศ. 2459)

       ธงช้างเผือกเปล่าได้ใช้เป็นธงชาติสยามสืบมาจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2459 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองอุทัยธานี ซึ่งขณะนั้นประสบเหตุอุทกภัยและทอดพระเนตรเห็นธงช้างของราษฎรซึ่งตั้งใจรอรับเสด็จไว้ถูกติดกลับหัว พระองค์จึงมีพระราชดำริว่า ธงชาติต้องมีรูปแบบที่สมมาตรเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ มีพระราชดำริว่า ธงช้างทำยากและไม่ใคร่ได้ทำแพร่หลายในประเทศ โดยธงช้างที่ขายตามท้องตลาดนั้นมักจะเป็นธงที่ผลิตจากต่างประเทศและประเทศที่ทำไม่รู้จักช้าง ดังนั้น รูปร่างของช้างที่ปรากฏจึงไม่น่าดู จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนรูปแบบธงชาติอีกครั้ง โดยเปลี่ยนเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีแถบยาวสีแดง 3 แถบ สลับกับแถบสีขาว 2 แถบ ซึ่งเหมือนกับธงชาติไทยในปัจจุบัน แต่มีเพียงสีแดงสีเดียว ซึ่งธงนี้เรียกว่า ธงแดงขาว 5 ริ้ว (ชื่อในเอกสารราชการเรียกว่า ธงค้าขาย) ทั้งนี้ สำหรับหน่วยงานราชการของรัฐบาลสยามยังคงใช้ธงช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ แต่ใช้รูปช้างเผือกแบบทรงเครื่องยืนแท่น ซึ่งแต่เดิมธงนี้เป็นธงสำหรับเรือหลวงมาตั้งแต่ พ.ศ. 2440และมีฐานะเป็นธงราชการอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2453

ธงค้าขาย พ.ศ. 2459
ธงราชการ พ.ศ. 2459
ธงไตรรงค์ (พ.ศ. 2460 - ปัจจุบัน)

       ล่วงมาถึง พ.ศ. 2460 แถบสีแดงที่ตรงกลางธงค้าขายได้เปลี่ยนเป็น สีน้ำเงินขาบ หรือสีน้ำเงินเข้มเจือม่วงดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เหตุที่รัชกาลที่ 6 ทรงเลือกสีนี้เพราะสีขาบเป็นสีประจำพระองค์ที่โปรดมาก เนื่องจากเป็นสีประจำวันพระราชสมภพคือวันเสาร์ ตามคติโหราศาสตร์ไทย และอีกประการหนึ่ง สีน้ำเงินยังแสดงถึงชัยชนะและความเป็นหนึ่งเดียวของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งใช้สีแดง ขาว น้ำเงินเป็นสีในธงชาติเป็นส่วนใหญ่ด้วย ธงชาติแบบใหม่นี้ได้รับพระราชทานนามว่า "ธงไตรรงค์" และอวดโฉมต่อสายตาชาวโลกครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งกองทหารอาสาของไทยได้ใช้เชิญไปเป็นธงไชยเฉลิมพลประจำหน่วย
อย่างไรก็ตาม ธงไตรรงค์ที่สร้างขึ้นสำหรับกองทหารอาสาในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั้นไม่ใช่ลักษณะอย่างธงไตรรงค์ตามที่กำหนดให้ใช้ในปัจจุบันและโดยทั่วไป แต่มีการเพิ่มรูปสัญลักษณ์พิเศษลงในธงด้วย โดยด้านหน้าธงนั้นเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นในวงกลมพื้นสีแดง ลักษณะอย่างเดียวกับธงราชนาวีไทย (ทั้งนี้กำหนดแบบใหม่ให้ใช้พร้อมกันในคราวประกาศเปลี่ยนธงชาติด้วย) ด้านหลังเป็นตราพระปรมาภิไธยย่อ ร.ร. ๖ สีขาบ ภายใต้พระมหามงกุฎเปล่งรัศมีสีเหลืองในวงกลมพื้นสีแดง ที่แถบสีแดงทั้งแถบบนแถบล่างทั้งสองด้านจารึกพุทธชัยมงคลคาถาบทแรก (ภาษาบาลี) เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทหารอาสาของไทยในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชนิพนธ์แก้ไขในตอนท้ายจาก "ตนฺเตชสา ภวตุ เต ชยมงฺคลานิ" (ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน) เป็น "ตนฺเตชสา ภวตุ เม ชยสิทฺธินิจฺจํ" (ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยชนะจงมีแก่ข้าพเจ้าเสมอ)

ธงไตรรงค์ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 เป็นต้นมา
ธงชัยเฉลิมพลกองทหารอาสา
ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
ด้านหน้า
ธงชัยเฉลิมพลกองทหารอาสา
ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
ด้านหลัง
 
ขอบคุณข้อมูลธงชาติไทยจาก วิกิพีเดีย
 
 
   
ที่อยู่ : เทศบาลตำบลห้องแซง ตำบลห้องแซง อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120
โทรศัพท์
045-777116 , 045-777197 , 045-777014 Fax : 045-777116 , 045-777197 , 045-777014 ต่อ 16
Email : saeng@hongsaeng.go.th เว็บนี้จะแสดงผลได้ดีเมื่อดูที่ 1024 X 768 pixels